ข้อมูลเบื้องต้น

การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของสำนักงาน กสทช.


       สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือสมาคมประชาชาติอาเซียน (Association of Southeast Asian Nations)ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ หลังการลงนามในปฏิญญาสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Declaration of ASEAN Concord)หรือที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งว่า ปฏิญญากรุงเทพฯ (Bangkok Declaration)โดยรัฐมนตรี5ประเทศ ได้แก่ นายอาดัม มาลิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซีย นายดุน อับดุล ราซัก บิน อุสเซน รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาแห่งการชาติมาเลเซีย นายซิโซ รามอส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ นายเอส ราชารัตนัม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ และพันเอก (พิเศษ) ดร. ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทย สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat)ตั้งอยู่ ณ กรุงจาร์กาตา สาธารณรัฐอินโดนีเซียปัจจุบันอาเซียนมีสมาชิก ๑๐ ประเทศ ได้แก่

๑. รัฐบรูไนดารุสซาลาม เข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๗
๒. ราชอาณาจักรกัมพูชา เข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๒
๓. สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๐
๔. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐
๕. มาเลเซีย เข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๐
๖. สหภาพพม่า เข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐
๗. สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๐
๘. สาธารณรัฐสิงคโปร์ เข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๐
๙. ราชอาณาจักรไทย เข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๐
๑๐. สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘

       อาเซียนมีพันธะกรณีร่วมกันที่จะสร้างประชาคมอาเซียนเพื่อรองรับการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่มีความรุนแรงมากขึ้น ในเดือนตุลาคม ๒๕๔๖ ที่ประชุมผู้นำอาเซียนได้ออกแถลงการณ์ Bali Concord II และร่วมลงนามในปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียน เห็นชอบให้จัดตั้ง ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) คือ การให้อาเซียนรวมตัวเป็นชุมชนหรือประชาคมเดียวกันให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ (ค.ศ. ๒๐๒๐) แต่ต่อมาได้ตกลงร่นระยะเวลาจัดตั้งให้เสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ (ค.ศ. ๒๐๑๕) เนื่องจากการแข่งขันรุนแรงขึ้นและอัตราการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของจีนและอินเดียสูงมากในช่วงที่ผ่านมา และได้เร่งรัดให้การรวมกลุ่มเพื่อเปิดเสรีสินค้าและบริการสำคัญ ๑๑ สาขา (priority sector) ได้แก่ การท่องเที่ยว การบิน ยานยนต์ ผลิตภัณฑ์ไม้ ผลิตภัณฑ์ยาง สิ่งทอ สิ้นค้าเกษตร ประมง เทคโนโลยีสารสนเทศ และสุขภาพ

       ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ ๑๔ ณ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ - ๑ มีนาคม ๒๕๕๒ ผู้นำอาเซียน ๑๐ ประเทศ ได้ลงนามรับรอง “ปฏิญญาชะอำ หัวหิน”  ว่าด้วยแผนงานจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ค.ศ. 2009-2015) เพื่อจัดตั้งประชาคมอาเซียนภายในปี ๒๕๕๘

       เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว อาเซียนจึงได้จัดทำกรอบการทำงานโดยมีการจัดทำ ๓ เสาหลัก ได้แก่

       ๑.  ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน  (ASEAN Political-Security Community – APSC)
            มุ่งให้ประเทศในภูมิภาคอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีระบบแก้ไขความขัดแย้ง ระหว่างกันได้ด้วยดี มีเสถียรภาพอย่างรอบด้านมีกรอบความร่วมมือเพื่อรับมือกับภัยคุกคามความมั่นคงทั้งรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่ๆ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยและมั่นคง
       ๒.  ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community – AEC)
            เพื่อไปสู่เป้าหมายการเป็นประชาคมอาเซียน อาเซียนได้จัดทำแผนงานในเชิงบูรณาการการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจต่าง ๆ เพื่อให้เห็นการดำเนินงานในภาพรวมที่จะนำไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายในปี ๒๐๑๕ ได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ การจัดทำพิมพ์เขียวเพื่อจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community Blueprint) มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากพิมพ์เขียวดังกล่าว เป็นการกำหนดทิศทางการดำเนินงานในด้านเศรษฐกิจให้ชัดเจนตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดจนบรรลุเป้าหมาย AEC ในปี ค.ศ. ๒๐๑๕ และเป็นการสร้างพันธะสัญญาระหว่างประเทศสมาชิกที่จะดำเนินการไปสู่เป้าหมายดังกล่าวร่วมกัน
       ๓.  ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community - ASCC)
            เพื่อให้ประชาชนแต่ละประเทศอาเซียนอยู่ร่วมกันภายใต้แนวคิดสังคมที่เอื้ออาทร มีสวัสดิการทางสังคมที่ดี และมีความมั่นคงทางสังคม

            เพื่อรองรับการทำงานภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในสาขาโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสอดจึงได้ดำเนินการจัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ๒๐๑๕ (ASEAN ICT Masterplan ๒๐๑๕ ) โดยในที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ ๑๐ (The 10th ASEAN Telecommunications & Information Technology Ministers Meeting)  ระหว่างวันที่ ๑๓-๑๔ มกราคม ๒๕๕๔ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ที่ประชุมได้ให้การรับรองแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของอาเซียน ๒๐๑๕ (ASEAN ICT Master Plan ๒๐๑๕ ) ซึ่งได้มีการเปิดตัวแผนแม่บทดังกล่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๔ และได้มอบหมายให้ที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (The ASEAN Telecommunications & Information Technology Senior Officials Meeting - TELSOM) ร่วมมือกับสภาหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมแห่งอาเซียน (ASEAN Telecommunication Regulators’ Council -ATRC) ปฏิบัติตามแผนแม่บทดังกล่าว แผนดังกล่าว เป็นแผนเบ็ดเสร็จที่มีการระบุการดำเนินงาน เป้าหมาย และระยะเวลาการดำเนินการใน ๕ ปี ข้างหน้าที่ชัดเจน ภายใต้ยุทธศาสตร์ ๖ ยุทธศาสตร์ เพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญ ๔ ประการ คือ

       ๑.  ไอซีทีเป็นเครื่องมือในการผลักดันความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียน
       ๒.  อาเซียนเป็นศูนย์กลางด้านไอซีทีของโลกแห่งหนึ่ง
       ๓.  ประชากรอาเซียนมีคุณภาพที่ดีขึ้น
       ๔.  ไอซีทีมีส่วนช่วยส่งเสริมการเป็นประชาคมอาเซียน

       ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของเรื่องดังกล่าว จึงได้มีดำริให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของสำนักงาน กสทช. เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมภายในสำนักงานฯ เตรียมการด้านความพร้อมของบุคลากร การสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน รวมทั้งเข้าใจในภารกิจและหน้าที่ที่สำนักงานฯ ต้องดำเนินการเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายประชาคมอาเซียน ในปี พ.ศ. ๒๐๑๕  


โดยนางสาวรุจิรา ธรรมชาติ
ผู้บริหารระดับต้น กลุ่มงานการต่างประเทศ
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ